ข่าว LUCA

ข่าว LUCA และ ความเคลื่อนไหว

ข่าวความเคลื่อนไหวของ ข่าว LUCA โดยผู้กำกับ Enrico Casarosa ผู้กำกับของเรื่อง ซึ่งเคยมีผลงานแอนิเมชั่นขนาดสั้นกับ Pixar เรื่อง La Luna ได้เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อ Empire ถึงแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนต์เรื่องนี้เอาไว้ว่า

“ผมเกิดที่เมืองเจนัว (Genoa) ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นเมืองท่าริมหาดริเวียร่า ช่วงเวลาวัยเด็ก ๆ ผมเป็นคนค่อนข้างขี้อาย และครอบครัวของผมก็จะดูแลใกล้ชิด จนกระทั่งตอนอายุ 11 ปี ได้เจอกับเพื่อนรักของผมคนหนึ่ง ซึ่งมีวิตแตกต่างกันจากตัวเองโดยสิ้นเชิง ทำให้ผมรู้สึกว่าโลกของผมเปิดกว้างขึ้น เพราะเขาเป็นจอมเกเร ชอบสร้างปัญหา เนื่องจากว่าไม่ค่อยมีใครดูแลเขาเท่าไรนัก แต่การได้เป็นเพื่อนกับเขา หรือตามเขาไปเจอปัญหา ในช่วงซัมเมอร์ที่มักจะอยู่ริมชายหาดของเมือง หลายส่วนก็จะมีหน้าผา เราอาจจะโดดน้ำเล่นกันสนุกในตอนเด็ก ตอนนั้นก็เป็นสิ่งที่ทำให้ได้คิดนอกกรอบ และได้ค้นหาตัวตนของตัวเอง เมื่อคิดย้อนกลับไป ในเรื่องของมิตรภาพเหล่านี้ที่ช่วยให้คุณเติบโตขึ้น นั่นคือสิ่งที่ผมหยิบมาถ่ายทอดลงไปในหนังเรื่องนี้”

เจคอบ เทรมเบลย์” ผู้พากย์เสียงลูก้า

“LUCA เป็นเด็กที่อยู่ในกรอบ และค่อนข้างขี้กลัวสักหน่อยครับ อันที่จริงแล้วเขาอยากออกไปสำรวจโลก แต่พ่อแม่ของเขา วางกฎระเบียบไว้ให้เขาเยอะมาก จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้พบกับอัลแบร์โต เด็กหนุ่มวัยเดียวกัน จนได้กลายมาเป็นเพื่อนรักของเขา ซึ่งช่วยจุดประกายความฝันบนโลกใบใหม่ที่ลูก้าไม่เคยรู้จักมาก่อน และพาเขาก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซน ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะความสงสัยใคร่รู้ของเขาเองด้วย เพราะเขาอยากรู้ว่า นอกกรอบที่พ่อแม่ควบคุมมันเป็นอย่างไร ทั้งที่จริงแล้ว พ่อแม่ของเขามีกฎระเบียบเยอะ นั่นเพราะเป็นห่วง และอยากปกป้องเขาให้ปลอดภัย

ส่วนในการทำงาน ผมเริ่มไปให้เสียงพากย์ที่สตูดิโอ ในซานฟรานซิสโก ก่อนที่โรคโควิด-19 จะระบาด แต่หลังจากการระบาด เราก็เลยได้ย้ายมาบันทึกเสียงกันต่อที่แวนคูเวอร์ (ประเทศแคนาดา –บ้านเกิดตัวเขาเอง) ผมคิดว่าโควิด-19 น่าจะทำให้หลายคนรู้สึกเชื่อมโยงกับลูก้าได้เยอะเลยครับ โดยเฉพาะเรื่องของความต้องการ อยากออกไปสำรวจโลกภายนอก ในช่วงเวลาที่เราต้องเก็บตัวอยู่กับบ้าน”

นอกจากนี้ ยังมีทีมพากย์เสียงตัวละครหลักคนอื่นๆ ที่ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือ

  • เจค็อบ เทรมเบลย์ ให้เสียงพากย์ ลูก้า
  • แจ็ค ดีแลน เกรเซอร์ ให้เสียงพากย์ อัลเบอร์โต้ สกอร์ฟาโน่
  • เอ็มม่า เบอร์แมน ให้เสียงพากย์ กุยเลีย
  • มายา รูดอล์ฟ ให้เสียงพากย์ แดเนียล่า (แม่ของลูก้า)
  • จิม กริฟฟิแกน ให้เสียงพากย์ โลเรนโซ่ (พ่อของลูก้า)
  • มาร์โค่ บาร์ริเซลี ให้เสียงพากย์ แมสซิโม่ (พ่อของกุยเลีย)

กระแสเปรียบเทียบกับเรื่อง Call Me By Your Name

มีกระแสสำหรับแฟนหนังต่างประเทศ เกี่ยวกับการเปรียบเทียบความคล้ายกันของภาพยนตร์ 2 เรื่อง หลายคนหยิบเอาภาพยนตร์แอนิเมชั่น เรื่อง LUCA ไปเปรียบเทียบกับ ภาพยนตร์เรื่อง Call Me By Your Name เพราะมีเค้าโครงเรื่อง สถานที่ดำเนินเรื่อง กลิ่นอายของหนัง เป็นไปในทำนองเดียวกันอย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ ในภาพยนตร์แบบคนแสดง มีการเล่าถึงประเด็นความสัมพันธ์ในลักษณะของความหลากหลายทางเพศมานานหลายปี ขณะเดียวกัน เรากลับไม่เห็นภาพยนตร์ประเภทแอนิเมชั่น นำประเด็นนี้มาเล่าเท่าไรนัก อาจด้วยเหตุผลที่เป็นหนังการ์ตูนที่มีเด็กๆ ทั่วโลกจำนวนไม่น้อยเป็นผู้ชมหลัก แต่กับเรื่อง LUCA ที่มีนักวิจารณ์บางท่านได้ตีความเรื่องของความสัมพันธ์ ที่ออกไปในแนว LGBTQ ระหว่างตัวละครหลักอย่าง LUCA และเพื่อนรัก Alberto

ภาพยนตร์เรื่อง Call Me By Your Name เนื้อเรื่องอิงจากมาจากนวนิยาย ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนตร์ แนวโรแมนติก ดราม่า เข้าฉายเมื่อปี 2017 โดยผู้กำกับ ลูกา กวาดาญีโน โดยมีการดำเนินเนื้อเรื่องอยู่ในเมืองทางตอนเหนือ ของ ประเทศอิตาลี ช่วงซัมเมอร์ ปี ค.ศ.1983

สำหรับตัวละครหลักของหนัง 2 คน คือ “เอลิโอ” เด็กหนุ่มอายุ 17 ปี ลูกครึ่งอิตาลี-อเมริกัน ที่อาศัยอยู่ชนบททางตอนเหนือ ประเทศอิตาลี กับครอบครัวของเขา และ “โอลิเวอร์” หนุ่มอายุ 24 ปี ชาวอเมริกัน มาอาศัยอยู่ที่บ้านด้วยในช่วงฤดูร้อนนี้ เพื่อช่วยงานคุณพ่อของ เอลิโอ เกี่ยวกับเอกสารทางโบราณคดี เรื่องราวดำเนินไปตามความสัมพันธ์ของทั้ง 2 คน ตั้งแต่พบเจอ มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้ง จนถึงวันที่ต้องแยกจากกัน

LUCA Alberto ข่าวจากภาพยนตร์ LUCA
Cr.buzzfeed

กลับมาที่ภาพยนตร์เรื่อง LUCA ซึ่งดำเนินเรื่องด้วยตัวละครหลัก 2 คน เช่นกัน สถานที่ในเรื่องก็อยู่ในเมืองริมชายฝั่งแถบ The Italian Riviera ในช่วงซัมเมอร์ที่โทนหนังออกมาอยู่สดใส อบอุ่น เต็มไปด้วยความฝัน การค้นหาตัวเองของช่วงวัย

ความสัมพันธ์ของตัวละคร ในภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนรัก บ้างตีความว่าเป็นตัวละครรักร่วมเพศ เนื่องจากหลายองค์ประกอบ ที่ทำให้สามารถตีความไปในแนวทางนั้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างตัวละครเด็กผู้ชาย 2 คน ให้ร่วมเดินทาง ออกค้นหาสิ่งใหม่ๆ ที่พวกเขาไม่เคยพบเจอ ผ่านประสบการณ์ การผจญภัย เพื่อเติบโตไปพร้อมๆ กัน ไปจนถึงช่วงเวลาที่ภาพยนตร์ อีกทั้งสื่อบางสำนักยังตีความอีกว่า การสร้างตัวละคร ที่เป็นสัตว์ประหลาดขึ้นมา ให้มีความสัมพันธ์ กับตัวละครที่เป็นคนนั้น ก็ดูจะเข้าข่ายความสัมพันธ์แบบ Queer ไม่น้อย

จึงทำให้หลายคนยังยกให้ลูก้าเทียบเท่ากับภาพยนตร์เรื่อง Call Me By Your Name ในเวอร์ชั่นแอนิเมชั่นอย่างไรก็อย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินเรื่อง บรรยากาศที่โอบล้อมตัวละครเอาไว้ ไปจนถึงเงื่อนไขในแง่ของวัย ที่ทำให้ตัวละครต่างเรียนรู้ จากประสบการณ์  และเติบโตขึ้นจนจบเรื่องนั่นเอง

แม้แต่ชื่อของตัวละครหลัก ที่ไปเหมือนกับชื่อของผู้กำกับ กัวดานีโน ล่าสุดผู้กำกับ เอนริโก้ คาสาโรซ่า (Enrico Casarosa) ได้ออกมายืนยันผ่านบทสัมภาษณ์ของ Entertainment Tonight แล้วว่า พวกเขาไม่ได้มีเจตนาให้เกิดการเปรียบเทียบ ระหว่างภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องขึ้นเลย

“จริงๆ แล้ว Luca ไม่ได้มีเรื่องราวเกี่ยวกับรักร่วมเพศ หรือแม้แต่ความรักทั่วๆ ไปอยู่เลย “เราต้องป้องกันเรื่องนั้นจริงๆ เพราะในระหว่างการเดินทางครั้งนี้ หลายๆ คนจะรู้สึกว่า ‘อืม ก็แค่ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของรักสามเส้า’ แต่จริงๆ แล้วเราแค่อยากให้มัน เป็นเรื่องเกี่ยวกับมิตรภาพก็เท่านั้นครับ ผมรู้สึกว่าเรา มีภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมอีกหลายเรื่อง ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งเกี่ยวกับช่วงหลังวัยแรกรุ่น ที่ซึ่งจะมีเรื่องของรักแรก และมุมมองของความรัก แต่นั่นมันไม่ได้อยู่ในดีเอ็นเอของหนังเรื่องนี้ครับ”

จากหลายองค์ประกอบ ทำให้นักวิจารณ์หลายคน ต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือความสัมพันธ์แบบ LGBTQ ในทำนองเดียวกัน บวกกับถูกกำหนดฉายในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นเดือนแห่ง PrideMonth อยู่แล้ว ทำให้ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกของคอหนังไปอีกว่า นี่คือการสนับสนุนกลุ่มความหลากหลายทางเพศ

ทั้งนี้ แม้ว่า LUCA จะถูกวิจารณ์ในแง่นี้ไม่น้อย แต่ทางพิกซาร์จะไม่ได้ออกมายอมรับในกรณีดังกล่าวอย่างชัดเจน แต่ก็ได้ให้สัมภาษณ์เอาไว่ว่า “แอนิเมชั่นอาจจะไม่ได้ไปไกลขนาดนั้น แต่ก็มีหลายบริบทที่ปรากฏในภาพยนตร์ที่สามารถถูกเล่าให้เชื่อมโยงกับกลุ่มคน LGBTQ+ ได้เช่นกัน”